Slider

เดอะ ค็อป ช็อก! เบิร์นลี่ย์บุกยัดความพ่ายแพ้คาบ้านให้ลิเวอร์พูลในรอบ 3 ปี

ลิเวอร์พูล 0-1 เบิร์นลี่ย์

คืนวันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคมที่ผ่านมา ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นการพบกันระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดสนาม แอนฟิลด์ ต้อนรับการมาเยือนของ เบิร์นลี่ย์ ผลงานนัดล่าสุดของทั้งสองทีม ทางด้านเจ้าบ้าน “หงส์แดง” นัดล่าสุดเป็นการแข่งขันศึกแดงเดือดทำได้เพียงเจ๊าจืดแบบโนสกอร์ 2-0 ส่วนทางด้านทีมเยือน เบิร์นลี่ย์ นัดล่าสุดบุกพ่าย เวสต์แฮม 1-0 ดูเพิ่มเติมได้ที่ UFABET

ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มการแข่งขันครึ่งเวลาแรกได้เพียง ในนาทีที่ 10 เป็นทางด้านทีมเยือน เบิร์นลี่ย์ ค่อนข้างทำได้ดีกว่า จากจังหวะของ คริส วู้ด จ่ายบอลตัดกองหลัง ไปให้ แอชลี่ย์ บาร์นส์ ที่ทางฝั่งซ้าย จากนั้นเจ้าตัวได้โอกาสส่องด้วยเท้าขวา แต่โชคร้ายน้ำหนักและทิศทางไม่ดีพอ ส่งผลให้บอลไหลเข้ามือ อลีสซง เบ็คเกอร์ รับไว้ไม่มีปัญหา

เจ้าบ้านไม่ยอมแพ้ ในนาทีที่ 27 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสลุ้นประตูจากลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้าย เป็นทางด้าน แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน เปิดยัดเข้าไปในเขตโทษ เบิร์นลี่ย์ แต่กลับมีเสียงสัญญาณนกหวีดดังขึ้น เป็นทางด้าน อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน ไปทำฟาวล์ใส่แข้งทีมเยือนในจังหวะเบียดแย้งเพื่อจะโหม่งบอล

ในนาทีที่ 36 ทางด้านทีมเยือน เบิร์นลี่ย์ ได้โอกาสลุ้นลูกฟรีคิกทางฝั่งซ้าย เป็นทางด้าน ดไวท์ แม็คนีล เปิดโด่งยัดเข้าไป เป็น โอริกี้ ที่ขึ้นโหม่งเคลียร์ในจังหวะแรก แต่โชคร้ายที่บอลดันกระดอนไปเข้าทาง ร็อบ เบรดี้ ได้โอกาสซัดเต็มๆ แต่เบาเกินไป  อลีสซง เบ็คเกอร์ รับเข้ามือสบาย

เจ้าบ้านพับเวลาบุกยับ! ในนาทีที่ 43 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสในการทำประตูขึ้นนำไปอย่างน่าเสียดาย จากจังหวะของ ฟาบินโญ่ เปิดบอลยาวเลยไปถึง เบน มี กองหลังเบิร์นลี่ย์ที่พยายามส่งคืนผู้รักษาประตู แต่กลับเตะผิดเหลี่ยม ทำให้ ดิว็อค โอริกี้ ได้จังหวะโฉบตัดบอลไปได้ก่อนจะหลุดเดี่ยวดวลกับ นิค โป๊ป จากนั้น โอริกี้ ตัดสินใจเลือกยิงมุมบน แต่โชคร้ายที่บอลพุ่งไปชนคานอย่างจังกระดอนลงพื้น จากนั้นเป็น นิค โป๊ป จะลุกขึ้นมาคว้าเข้ามือไว้ได้อย่างหวุดหวิด

หมดเวลาการแข่งขันในครึ่งเวลาแรก เจ้าถิ่นมีโอกาสมากกว่า แต่ยังไม่สามารถทำประตูขึ้นนำได้ ลิเวอร์พูล 0-0 เบิร์นลี่ย์

เริ่มการแข่งขันครึ่งเวลาหลัง ผ่านไปในนาทีที่ 51 ลิเวอร์พูล เกือบทำประตูขึ้นนำได้ จากจังหวะของ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้โอกาสหลุดขึ้นไปเปิดบอลในเขตโทษ เบิร์นลี่ย์ ทางฝั่งขวา ก่อนไปติดกองหลังทีมเยือน โชคดีที่บอลกระดอนไปเข้าทาง เทรนท์ อีกครั้ง ก่อนเจ้าตัวจะได้จังหวะซัดเน้นๆ บอลพุ่งเกือบเข้าไป แต่ นิค โป๊ป ยังล้มตัวป้องกันไว้ได้สบาย

ลิเวอร์พูล ยังเดินบุกเพื่อลุ้นประตูขึ้นนำอย่างต่อเนื่อง ในนาทีที่ 64 ซาลาห์ เลี้ยงไปสุดเส้นฝั่งขวาจากนั้นได้โอกาสเปิดบอลย้อนกลับมาให้ มาเน่ ที่วิ่งเข้ามาซัดเน้นๆ แต่ดูเหมือนจะเตะผิดมุมทำให้บอลเหินข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 78 เทรนท์ ได้โอกาสลุ้นสกอร์จากลูกฟรีคิดตรงมุมกรอบเขตโทษฝั่งขวา เจ้าตัวเปิดโด่งไปทางเสาไกล โดยมี มาเน่ กระโดดเตรียมโหม่ง แต่ดัน นิค โป๊บ เจ้าเดิม ลอยตัวชกบอลออกไปพ้นเขตอันตราย

จังหวะพลิกผันเกิดขึ้นในนาทีที่ 83 จากจังหวะการเข้าทำของ แอชลี่ย์ บาร์นส์ ที่พลิกตัวหนี ฟาบินโญ่ หลุดเข้าไป แตะบอลหนี อลีสซง เบ็คเกอร์ ที่ทำพลาดมหันต์ คว้าบอลพลาดไปปัดโดนปลายเท้า บาร์นส์ ล้มลงไปในกรอบ ผู้ตัดสินไม่ลังเลเป่าเป็นลูกจุดโทษทันที และเป็น แอชลี่ย์ บาร์นส์ เป็นผู้ลุกขึ้นมาสังหาร และไม่ผิดพลาดเจ้าตัวซัดเต็มข้อบอลไปซุกก้นตาข่าย ทำให้ เบิร์นลี่ย์ ออกนำ 1-0

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีสกอร์เพิ่มเติม หมดเวลาการแข่งขัน เป็นทางด้าน ลิเวอร์พูล ที่พลาดท่าทำเสียประตูสำคัญช่วงท้ายเกม ส่งผลให้ เบิร์นลี่ย์ บุกมายัดเยียดความพ่ายแพ้ให้ ลิเวอร์พูล คาถิ่นแอนฟิลด์ 1-0 ซึ่งในการพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นความพ่ายแพ้ในถิ่นของ “หงส์แดง” ในรอบหลายปี ซึ่งความพ่ายแพ้ในบ้านนัดล่าสุดต้องย้อนกลับไป เมษายน 2017 เลย